ผู้จัดการมือใหม่ ต้องใช้หัวใจนำ!

ผู้จัดการมือใหม่ ต้องใช้หัวใจนำ!

Head Count vs. Heart Count


                    เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ท่านผู้จัดการมือใหม่เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสัปดาห์    ท่านก็ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนว่า ตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทไม่ค่อยดี บริษัทเราจำเป็นที่เราจะต้องลดพนักงาน หรือเอาคนออกจากงานภายในเดือนนี้

                    

                    ผมเชื่อว่าผู้จัดการมือใหม่หลายๆ คน คงตกใจ เหงื่อตก   คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองท่านคือ   เราจะทำอย่างไรในการเอาคนออก? จะเลือกอย่างไรดี (หรือเราจะโดนดักตีหัวน้อยที่สุด!)    ผมขอยกตัวอย่างเรื่องจริงที่ Simon Sinek เล่าไว้ในหนังสือ Leaders Eat Last ครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา


                    เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว (2008) บริษัท Barry-Wehmiller ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและการให้บริการ IT ระดับโลก มียอดขายปีละกว่า 6 หมื่นล้านบาท กำลังเจอกับวิกฤติ เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ยอดขายหายไปกว่า 30% (เอาแล้วไง!


                    หลังจากมีประชุมผู้บริหาร ที่ประชุมได้เสนอให้คุณ Bob Chapman ซึ่งเป็นประธานผู้บริหารในขณะนั้น ตัดสินใจปลดพนักงานจำนวน 10% ออก เนื่องจากการลด จำนวนพนักงาน จะทำให้บริษัทสามารถลดด้นทุนได้ประมาณ 3 ร้อยล้านบาททันที ทำให้บริษัทยังอยู่รอด (น่าทำมั้ยครับ!)


                    ถ้าท่านเป็นคุณ Bob ท่านจะทำอย่างไรครับ เพื่อให้รอดวิกฤติครั้งนี้? คุณ Bob ได้ตัดสินใจสวนกระแสความคิดในที่ประชุมขณะนั้น โดยปฎิเสธข้อเสนอดังกล่าว คุณ Bob ได้กล่าวว่า “ผม ไม่สนเรื่อง Head Count (จำนวนพนักงาน) แต่ผมแคร์เรื่อง Heart Count (จำนวนพนักงานที่มีใจ) มากกว่า”


                     หลังจากนั้น คุณ Bob ประกาศกับพนักงานทุกคนในบริษัทว่า "ผมขอยืนยันว่าในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทเราเราจะไม่ปลดพนักงานแม่แต่คนเดียว" "เราขอความร่วม มือให้พนักงานทุกคนลาพักร้อน 4 สัปดาห์แบบไม่ได้ค่าจ้าง ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์"


                      คุณ Bob กำลังขอให้ทุกคนมีรายได้น้อยลงเล็กน้อย แต่รับประกันว่าจะไม่มีคนตกงาน เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิตที่ลำบากสำหรับพวกเขาและครอบครัวด้วย เมื่อพนักงานของบริษัทได้ยินอย่างนั้น ก็ส่งเสียงดีใจไปทั่วบริษัท    

                        และต่อมาคุณ Bob ก็พบว่าบรรยากาศในการทำงานและประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ ชัดเนื่องจากพนักงานมีขวัญและกำลังใจเต็มที่  แถมพนักงานบางคนยังเสนอให้เอาวันหยุดที่พวกเค้าใช้ไม่ถึง 4 สัปดาห์ ไปมอบให้พนักงานคนอื่นๆ ที่มีความจำ เป็นต้องใช้วันหยุดเกิน 4 สัปดาห์อีกด้วย!        เมื่อประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ในที่สุดทุกคนก็ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัท Barry-Wehmiller ได้ถึง 6 ร้อยล้านบาท ใช่ครับพวกเค้าสามารถลดได้ 2 เท่าจากต้นทุนจากการปลดพนักงาน!


                      เรื่องนี้มีข้อคิดอะไรที่เรานำไปปรับใช้ได้บ้าง? ถ้าคุณ Bob เป็นผู้จัดการที่ใช้ "กฎ" มาก่อน "ใจ" ผมเชื่อว่าผลลัพธ์และชื่อเสียงของบริษัท Barry-Wehmiller จะตกต่ำลงอย่างแน่นอน อาจจะเกิดการประท้วง ของพนักงาน การฟ้องร้องศาลแรงงาน ความไม่เชื่อถือจากลูกค้า ผู้ถือหุ้น และอื่นๆ อีกมากมาย โชคดีว่าคุณ Bob ใช้ใจ (Heart Count) นำทุกอย่าง


                    ทีมงานของบริษัทจึงเกิดความเชื่อใจ (trust) ในหัวหน้าของเค้าว่าจะไม่ทิ้งลูกน้อง พวกเค้าจะรู้สึกปลอดภัย (safe) และมั่นใจว่าพวกเค้ากำลังได้รับการปกป้องดูแล (protect) พนักงานทุกคนจึงรู้สึกว่าบริษัทเป็นเสมือนครอบครัวของเค้า พวกเค้าพยายามสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่จนบริษัทผ่านวิกฤติเศรษฐกิจและเติบโตมาได้อย่างยั่งยืน การเป็นผู้จัดการที่ดีไม่เกี่ยวว่าเราจะอายุเท่าไหร่ มีการศึกษา


                    ความสามารถหรือพรสวรรค์แค่ไหน เพราะท่านก็มักจะเห็นได้ว่า คนตำแหน่งๆสูงบางคนในองค์กร พวกเขาเป็นแต่ผู้จัดการโดยตำแหน่งแต่ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่สามารถจะที่จะทำให้พนักงาน "ให้ใจ" ทุ่มเทเพื่อองค์กรได้ ในขณะที่ท่านเป็นผู้จัดการมือใหม่ แต่ถ้าท่านเข้าใจเคล็ดลับเรื่องนี้ ท่านต้องใช้ "ใจนำ"


                    ทีมครับ ท่านต้องมีความจริงใจ มีความเข้าใจทีมงาน สร้างความมั่นใจให้กับ พวกเค้าได้ว่า ท่านจะปกป้องและดูแลพวกเค้าอย่างสุดความสามารถ บางครั้งท่านต้องกล้าคิดนอกกรอบ หาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทีมงานของท่าน สิ่งเหล่านี้ ต่างหากที่มีพลังที่เข้มแข็งกว่ากฎระเบียบใดๆ และจะทำให้ทีมงานของท่านสร้างผลลัพธ์อันน่าทึ่งได้ในที่สุด ขอฝากข้อคิดดีๆ เหล่านี้ให้ผู้จัดการมือใหม่ทุกท่านได้นำไปใช้นะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ!


ขอขอบคุณบทความเนื้อหาสาระดีๆ

จากวิทยากร   อาจารย์ วิกรม  กอบเดช

 สนใจอบรมหลักสูตร  PROFESSIONAL BRAND NEW MANAGER

กดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย








PAGE TOP
CONTACT
กรุณาใส่อีเมล์ เพื่อติดตามข่าวสารจากทางเรา