การสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในองค์กร

การสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในองค์กร

แนวความคิดของภาวะผู้นำพลังบวก


(Appreciative Leadership) ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่เหมาะสมกับองค์กรในปัจจุบันที่ต้องการพัฒนาจุดแข็งของตนเอง

สร้างความโดดเด่นให้เหนือกว่าคู่แข่ง สร้างนวัตกรรมทางความคิด สนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนในองค์กรและสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวก สำหรับการพัฒนาภาวะผู้นำพลังบวกนั้นจะมีองค์ประกอบหลัก 4 ด้านคือ


1) ยึดหลักการด้านพระพุทธศาสนา หลักการข้อนี้สามารถทำได้โดยยึดหลัก คิดดี ทำดี พูดดีต่อตนเองและคนอื่น

2) การคิดเชิงบวก เวลาที่สิ่งต่างๆไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ก็ให้หามุมมองจากปัญหานั้นๆที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

3) สร้างภาวะผู้นำกับคนรอบข้าง เป็นการสร้างพันธมิตร เน้นความสัมพันธ์เชิงบวกกับคนรอบข้าง มากกว่าการเป็นศัตรู

4) ใช้หลักการด้านสุนทรียสาธก คือการตั้งคำถามเชิงบวกในการทำงานซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนคือ


1. Delight : ชื่นชมยินดีกับสิ่งรอบตัวซึ่งช่วยพัฒนามุมมองเชิงบวกในระบบความคิดและจิตใจ

2. Discovery: การค้นหาจุดแข็งและความสำเร็จของตนเอง เพื่อนร่วมงานและองค์กร

3. Dream: สร้างจิตนการสู่อนาคตด้วยการสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ในเชิงบวกเพื่อให้ทุกรวมพลังและมีส่วนร่วม

4. Design: ออกแบบแผนงานสู่สิ่งที่ต้องการโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า SOAR Analysis ในการวางกลยุทธ์เชิงบวกเพื่อนำจุดแข็งที่ค้นพบไปขยายผลต่อ

5. Develop: รวมพลังสร้างสรรค์สู่เป้าหมายที่วางไว้โดยดึงเอาพลังบวกจากทุกคนให้ร่วมดำเนินการตามแผนกลยุทธ์และแผนดำเนินการด้วยความเต็มใจรวมถึงการวัดผลการเปลี่ยนแปลงด้วย


          เคล็ดลับในการที่จะพัฒนาภาวะผู้นำพลังบวกให้เกิดขึ้นและดำรงอยู่กับผู้นำอย่างแท้จริงนั้นอยู่ที่การฝึกฝนและนำไปปฏิบัติกับสถานการณ์จริงโดยเฉพาะกับองค์กรของผู้นำเอง เพราะการฝึกฝนเป็นประจำจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นจริงและจะกระตุ้นให้ผู้นำได้เรียนรู้ เข้าใจพลังของการพัฒนาภาวะผู้นำพลังบวกได้อย่างรวดเร็ว

    

            นอกจากนี้แล้วยังช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย สำหรับฉบับนี้ ผมขอหยิบยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการนำแนวคิดการพัฒนาภาวะผู้นำพลังบวกไปสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในองค์กรแห่งหนึ่งซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าภูมิใจอย่างมากมาเล่าให้ฟัง องค์กรที่กล่าวถึงนี้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศที่ทุกคนรู้จักอย่างดี อย่างไรก็ตามในช่วง10 ปีที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้ประสบปัญหายอดขายลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งสวนทางกับค่าใช้จ่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น

      

              “สิ่งที่ต้องทำคือสร้างยอดขายเพื่อให้องค์กรอยู่รอดให้ได้” แล้วท่านจึงปิ๊งไอเดียขึ้นมาคือการเพิ่มจำนวนผู้แทนขายให้มากขึ้น โดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่มเพราะถ้าจ้างคนเพิ่มองค์กรต้องแย่แน่เพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะงบประมาณด้านเงินเดือน ซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ในสภาวการณ์เวลานี้ ผู้บริหารท่านนี้ ก็บอกผมว่า “เขาจะเปลี่ยนช่างให้เป็นพนักงานขาย”

        

                หลังจากที่แผนการนี้ได้ดำเนินไประยะเวลาหนึ่ง ท่านกลับมาปรึกษาผมอีกโดยมาพร้อมปัญหาใหม่คือหลังจากที่เขาได้เปิดรับสมัครพนักงานสายช่างมาเข้าร่วมโครงการเป็นเวลา 1 เดือน ผลปรากฏว่า มีช่างมาสมัครเข้าร่วมโครงการเพียงคนเดียว จากจำนวนช่างที่ได้รับการเชิญมาฟังการประชาสัมพันธ์จำนวน 100 คน


               ผมได้ใช้เทคนิคการถามคำถามกับท่านผู้บริหารท่านนี้อีกโดยผมถามว่า “แล้วช่างคนที่สนใจมาสมัครเพียงคนเดียวนี้ ประทับใจอะไร มีแรงจูงใจอะไร เหตุใดจึงสมัครเข้าร่วมโครงการ” ซึ่งหลังจากที่ท่านผู้บริหารได้ทราบข้อมูลจากช่างคนดังกล่าวแล้ว ท่านผู้บริหารก็ได้ทำการขยายผลนี้ โดยนำข้อมูลที่ได้มาวางแผน ปรับปรุงขั้นตอน วิธีการ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจกับกลุ่มช่าง อีกกลุ่มมาร่วมงานประชาสัมพันธ์


                จากยอดขาย 6 ล้านสู่ยอดขาย 100 ล้านบาท ผลปรากฏว่า ได้ผลรับดีเกินคาด มีช่างมาสมัครจำนวนหลายสิบคน หลังจากนั้น เขาและทีมงานก็ได้เดินทางไปประชาสัมพันธ์ ในอีกหลายพื้นที่เพื่อให้ช่างทุกคนเขาใจถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ 


                นอกจากนี้ ผู้บริหารท่านนี้และทีมงานได้สร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ให้กับบริษัทอีกหลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะสร้างจุดแข็ง และโอกาสทางธุรกิจให้เหนือคู่แข่งขันในอนาคต รวมทั้งยังส่งผลให้พนักงานมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกมากขึ้นต่อองค์กร เช่น มีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น และมีความขยันมากขึ้นอีกด้วย


                จากตัวอย่างข้างต้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้ภาวะผู้นำพลังบวกนั้นนอกจากจะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ในระดับตัวบุคคลแล้ว ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับทีมงานและระดับองค์กรได้อีกด้วย        แต่ทั้งนี้การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาองค์กรดังกล่าวก็ควรจะต้องมีที่ปรึกษาหรือโค้ช ที่มีความเข้าใจในเรื่องอย่างแท้จริงด้วยนะครับ


ขอขอบคุณบทความเนื้อหาสาระดีๆ
วิทยากร  ดร.อัจฉริยะ อุปการกุล
สนใจอบรมหลักสูตร Appreciative Leadership
กดดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย





PAGE TOP
CONTACT
กรุณาใส่อีเมล์ เพื่อติดตามข่าวสารจากทางเรา