กลยุทธ์การสร้างทีมงานสมรรถนะสูง

กลยุทธ์การสร้างทีมงานสมรรถนะสูง

            จากคำกล่าวที่ว่า “เราไม่สามารถนำคนหลายๆคนมารวมกันเพื่อให้ทำงานเป็นทีมได้แต่เราต้องสร้างทีมขึ้นมา”

มีความหมายเป็นนัยสำคัญว่าทีมที่ดีนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองแต่ว่าเราต้องสร้างมันขึ้นมา


            ดังนั้นผู้นำทีมควรเรียนรู้ว่าองค์ประกอบที่สำคัญของทีมที่มีประสิทธิภาพนั้นมีอะไรบ้างเพื่อจะได้ทราบแนวทางในการสร้างทีมงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้ ผมขอเริ่มที่องค์ประกอบแรกที่สำคัญก่อนซึ่งเป็นหลังคาคือ “Common Goal and Clear Role "


          ทีมที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมีเป้าหมายร่วมกันเพราะหากต่างคนต่างมีเป้าหมายของตนเอง มี KPI ของแผนกตนเองที่ต้องบรรลุโดยไม่ได้สนใจว่าเป้าหมายในภาพรวมขององค์กรเป็นอย่างไรก็ยากที่ทีมจะประสบความสำเร็จเพราะโดยธรรมชาติของเป้าหมายในองค์กรย่อมมีความแตกต่างและมีความขัดแย้งอยู่ในตัว    เช่นเป้าหมายของฝ่ายขายและฝ่ายผลิตมักจะสวนทางกันเพราะฝ่ายขายต้องการยอดขายสูง

    

           ในขณะที่ฝ่ายผลิตต้องการควบคุมต้นทุนให้ต่ำ ดังนั้นเป้าหมายร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ทุกคนในทีมต้องรับทราบและมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น สำหรับคำว่า Clear Role หรือการมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนก็เป็นองค์ประกอบสำคัญเพราะการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ คนในทีมจะต้องทราบบทบาทหน้าที่ของตนเองให้ชัดเจน

       

             บางที่เรียกว่า Job Role เมื่อแต่ละคนทราบแล้วว่าบทบาทหน้าที่ของตนก็จะได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ องค์ประกอบที่สำคัญของทีมที่มีประสิทธิภาพต่อมาซึ่งเป็นเสาแรกคือ Open Communication หรือการสื่อสารแบบเปิดเผยภายในทีม ทักษะการสื่อสารเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากในการทำงานร่วมกัน คนในทีมควรพัฒนาทักษะการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูด ทักษะการฟัง ทักษะการนำเสนอความคิดเห็นของตนเอง ผู้นำทีมควรสร้างบรรยากาศแบบเปิดเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

      

            ข้อสำคัญคือต้องให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของทุกคนเพราะคนเรามีมุมมองที่แตกต่างจากประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ที่สำคัญยาขนานเอกในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพภายในทีมที่ควรนำไปใช้อย่างยิ่งคือการสื่อสารแบบสองทาง (Two way communication)

       

             องค์ประกอบถัดมาซึ่งเป็นเสากลางหรือเสาที่สองคือ Appreciative Leader หรือผู้นำพลังบวกซึ่งเป็นเรื่องของผู้นำทีมเอง ผู้นำทีมจะต้องมีทัศนคติเชิงบวก คิดเชิงบวก มองโลกในแง่ดี เห็นคุณค่าของคนในทีมและสามารถดึงเอาศักยภาพหรือจุดแข็งของทุกคนในทีมออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อทีม คุณลักษณะของผู้นำพลังบวกเช่นนี้จะส่งอิทธิพลต่อวิธีคิด วิธีการทำงานของคนในทีมโดยตรง อย่างที่ทราบกันดีว่าพฤติกรรมวิธีคิดของผู้นำเป็นอย่างไรก็พอเดาได้ว่าพฤติกรรมวิธีคิดของลูกน้องจะเป็นเช่นไร Conflict handling

        

            เป็นเสาที่สามหรือเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งของทีมที่มีประสิทธิภาพ ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อคนหลายคนมาทำงานด้วยกัน ความขัดแย้งเริ่มต้นง่ายๆเมื่อคนในทีมเริ่มคิดไม่เหมือนกัน มองไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน ผลประโยชน์สวนทางกันและหลายคนเข้าใจผิดว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเองก็จะหายไปเองโดยธรรมชาติ


            ดังนั้นการพัฒนาทีมที่มีประสิทธิภาพต้องมีการบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ต่อมาเป็นส่วนของพื้นฐานที่สำคัญของการทำงานเป็นทีมคือ Value diversity ซึ่งหมายถึงการให้คุณค่าของความแตกต่างของแต่ละบุคคล เพราะทีมหมายถึง    


        คนที่มีความหลากหลายมารวมกัน ความหลากหลายนี้รวมถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา สถานะครอบครัว ประสบการณ์ บุคลิกภาพและพฤติกรรม ดังนั้นทุกคนในทีมจะต้องตระหนักถึงความแตกต่างของคนและเห็นความแตกต่างนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ได้มองความแตกต่างเป็นเรื่องของความขัดแย้ง

      

          สำหรับแนวคิดสำคัญที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างทีมที่ทรงพลังคือแนวคิด DISC ของ Carl Gustav Jung ซึ่งแบ่งคนด้วยพฤติกรรมที่มีความแตกต่างออกเป็น 4 ประเภทคือ Dominant, Influence, Steadiness, Compliance ซึ่งคนแต่ละประเภทจะมีจุดแข็งมหาศาล หากทีมงานใดสามารถนำพลังของคนทั้ง 4 ประเภทมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวแล้วทีมงานนั้นก็จะเป็นทีมงานที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมอย่างมาก

      

           องค์ประกอบสุดท้ายที่เป็นรากฐานสำคัญของการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพคือ Trust Based Relationship หรือความสัมพันธ์ของคนภายในทีมที่เต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจหรือความวางใจที่มีต่อกันและกัน ผมใช้คำว่ารากฐานสำคัญเพราะมันเป็นพื้นฐานสำคัญของคนที่จะมาอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ปฏิบัติภารกิจร่วมกัน


            หากไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้วคงจะยากที่จะทำงานให้สำเร็จได้ ดังนั้นการพัฒนาทีมให้มีประสิทธิภาพต้องพัฒนาความสัมพันธ์อันดีของคนภายในทีมและต้องเป็นความสัมพันธ์ที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันด้วย มีคำกล่าวที่ว่าคุณต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้าง Trust ขึ้นมาได้แต่ว่าสามารถทำลาย Trust ได้ภายในเสี้ยววินาที ซึ่งการสร้างความไว้วางใจมีหลักการง่ายๆคือ การพูดความจริง การรักษาคำพูด การให้อภัยและการให้เกียรติผู้อื่น


        องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้ง 6 ประการนี้เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาทีมงานที่มีประสิทธิภาพ จะขาดเสียส่วนหนึ่งส่วนใดมิได้ สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากจะทราบว่าทีมงานของท่านเป็นทีมงานที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

ท่านก็อาจจะลองตอบคำถาม 12 ข้อด้านล่างนี้ดู


1. ทีมงานของท่านทุกคนรู้ว่าเป้าหมายของทีมคืออะไร

2. ทีมงานของท่านทุกคนรู้ว่าบทบาทหน้าที่ของตนเองคืออะไรและทราบด้วยว่าบทบาทหน้าที่ของตนเองนั้นมีความสำคัญและส่งผลอย่างไรต่อการบรรลุเป้าหมายของทีม

3. บรรยากาศการทำงานและการสื่อสารภายในทีมของท่านเป็นไปอย่างเปิดเผย สามารถพูดคุยในประเด็นต่างๆได้ 

4. ทีมงานของท่านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอต่อการทำงานของทีมในภาพรวม

5. ผู้นำทีมเห็นคุณค่าและจุดแข็งของทีมงานทุกคนและได้นำเอาจุดแข็งของทุกคนมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

6. ผู้นำทีมยกย่องชื่นชมและฉลองความสำเร็จของทีมงานเสมอ

7. เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ทีมงานของท่านจะหยิบยกเรื่องนี้มาคุยและหาวิธีการจัดการเรื่องนี้ทันที

8. ประสิทธิภาพการบริหารความขัดแย้งภายในทีมของท่านเป็นไปในทางที่ดี

9. ทีมงานของท่านทุกคนตระหนักถึงความแตกต่างของเพื่อนร่วมทีม

10. ทีมงานของท่านทุกคนเห็นคุณค่าของเพื่อนร่วมทีมและชื่นชมความสามารถของกันและกัน

11. เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทีมงานของท่านจะให้กำลังใจกัน ให้อภัยกัน ไม่กล่าวโทษหาผู้ทำผิด

12. ทีมงานของท่านมีความสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีบรรยากาศของความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างชัดเจน


 หมายเหตุ: คำถามทั้ง 12 ข้อนี้เป็นเพียงแนวทางให้ท่านได้ทบทวนถึงประเด็นต่างๆที่ทีมงานของท่านต้องพัฒนา



ขอขอบคุณบทความเนื้อหาสาระดีๆ
จากวิทยากร    ดร.ชัยพัชร์ เลิศรักษ์ทวีกุล
สนใจอบรมหลักสูตร      APPRECIATIVE LEADERSHIP
กดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย
   






PAGE TOP
CONTACT
กรุณาใส่อีเมล์ เพื่อติดตามข่าวสารจากทางเรา