"เสียงหัวเราะ" กับ "โควิด-19" เหมือนกันอย่างไร?

"เสียงหัวเราะ" กับ "โควิด-19" เหมือนกันอย่างไร?

เทคนิคการสร้างความเปลี่ยนแปลง ด้วยการพิสูจน์จากคนรอบข้าง


ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ หลายคนคงได้มีโอกาสทำงานที่บ้าน พอถึงช่วงเวลาที่พักผ่อนจากการทำงาน
วิธีการคลายความเครียดที่ง่ายที่สุดในช่วง Work From Home ก็คือดูรายการทีวีต่างๆ


ละครซิทคอม (Situation Comedy) ก็เป็นตัวเลือกนึงที่คนชอบดูกัน เสน่ห์ของซิทคอมคือความตลก สนุก และหยิบยกสถานการณ์ในช่วงต่างๆ มาเป็นพล็อตเรื่อง
ซิทคอมฮิตๆ ของไทยก็อย่างเช่น เรื่องเป็นต่อ บางรักซอย 9 เสือ ชะนี เก้ง ถ้าเป็นของต่างประเทศก็เป็นเรื่อง Friends, The Big Bang Theory เป็นต้น


เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมในซิทคอม ต้องมีเสียงหัวเราะเวลาที่ตัวละครแสดงมุกตลกทุกครั้ง


เสียงหัวเราะในซิทคอมที่เราได้ยินกัน ส่วนมากจะใช้เสียงหัวเราะที่อัดเสียงไว้แล้ว ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า "Canned Laughter"
(หรือบางทีเรียกว่า Laugh Track) ในขณะที่บางเรื่องก็ใช้เสียงหัวเราะจากคนดูในห้องส่งจริงๆ อัดลงไปเลยก็มี


สิ่งที่น่าสนใจจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย College London ประเทศอังกฤษ พบว่า Canned Laughter
ทำให้ผู้ชมทางบ้านหัวเราะกับมุกตลกต่างๆ ในซิทคอมได้มากกว่าการที่ไม่มี


แม้ว่าบางมุกตลกจะไม่ได้ขำขันมาก แต่เมื่อใช้เสียงหัวเราะ Canned Laughter หัวเราะนำไปก่อน ก็ทำให้ผู้ชมทางบ้านหัวเราะตามได้ง่ายขึ้นมาก


เหตุผลก็คือ นักวิจัยพบว่าการหัวเราะเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่เป็นเหมือน "โรคติดต่อ (contagious)" - คล้ายๆ กับโควิด-19 ในขณะนี้
พูดง่ายๆก็คือ การที่คนคนหนึ่งหัวเราะ เป็นเสมือนการอนุญาต (permission) ให้คนอื่นๆ ได้หัวเราะตามได้ง่ายกว่าการหัวเราะคนเดียว


ศาสตราจารย์ Robert Provine จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ กล่าวไว้ว่า ถ้าเราอยู่กับคนอื่น โอกาสที่คนรอบข้างจะทำให้เราหัวเราะได้จะเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่าทีเดียว!


เรื่องนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ศาสตราจารย์ Jonah Berger จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เขียนไว้ในหนังสือ The Catalyst : How to Change Anyone's Mind ว่า
ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง จะไม่ใช้การบีบบังคับ แต่จะพยายามลดอุปสรรค (roadblocks) เพื่อทำให้คนในองค์กร ลูกค้า ผู้ถือหุ้น เชื่อมั่นในสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น


หนึ่งในเทคนิคที่ผู้นำควรใช้ก็คือ "Corroborating Evidence" หรือแปลง่ายๆ ว่า เทคนิคการโน้มน้าวด้วย "การพิสูจน์" จากสังคมหรือคนรอบข้าง (Social Proof)
คล้ายๆ กับเสียงหัวเราะ Canned Laughter ในซิทคอมที่ทำให้คนดูหัวเราะตามง่ายๆ นั่นเอง


ศาสตราจารย์ Berger ได้ยกตัวอย่างว่า การสร้างความเชื่อมั่นโน้มน้าวให้คนรับสิ่่งใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ต้องใช้คนจากหลายๆ กลุ่มมาที่อยู่รอบข้างคนๆนั้น
เช่น ลูกน้อง หัวหน้า ลูกค้า วิทยากร ที่ปรึกษาของบริษัท ฯลฯ พูดในเรื่องเดียวกันซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ผู้ฟังก็จะเริ่มคล้อยตาม และเริ่มยินดีรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
เหตุผลก็คือ ผู้ฟังรู้สึกว่าสังคมหรือคนรอบข้างทุกคนเห็นด้วย


ในแง่การตลาดก็เช่นกัน ทุกวันนี้เวลาเราจะเห็นข้อมูลสินค้าใหม่ๆ ความเห็นรีวิว ต่างๆ ผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิตอล การรีวิวจากลูกค้า หรือ Influencers
ในช่องทางที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้เรารู้สึกคล้อยตามและสนใจในสินค้าใหม่ๆ


ดังนั้น หากท่านต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในยุคโควิท-19 เพื่อธุรกิจหรือองค์กรของท่าน ลองใช้เทคนิค Corroborating Evidence ดูนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ


#โควิด-19เราจะผ่านไปด้วยกัน

#วิกรมกอบเดช

#DeOneGroup...

PAGE TOP
CONTACT
กรุณาใส่อีเมล์ เพื่อติดตามข่าวสารจากทางเรา