ทำไมผู้นำยุคนี้ต้องรู้จัก Learn, Unlearn, Relearn

ทำไมผู้นำยุคนี้ต้องรู้จัก Learn, Unlearn, Relearn

พวกเราคงเคยได้ยินสิ่งที่ Charles Darwin พูดไว้ว่า “ไม่ใช่สายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง หรือฉลาดที่สุด หรอกที่จะอยู่รอด
แต่เป็นสายพันธุ์ที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดต่างหาก”

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยี ทำให้โลกทุกวันนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจแบบเดิม
อาจจะไม่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการอีกต่อไป องค์กรไหนไม่สามารถปรับตัวได้ในโลกของ Technology Disruption
ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง องค์กรนั้นก็มีโอกาสที่จะอยู่รอดได้ยาก

ดร.ชัยพัชร์ เลิศรักษ์ทวีกุล Chief Executive Officer & Founder - DeOne Academy สถาบันพัฒนาภาวะผู้นำและพัฒนาธุรกิจ
ให้ความเห็นว่าผู้นำที่ต้องการนำพาองค์กรให้อยู่รอดปลอดภัยในยุคนี้ต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
โดยยึดหลักการสำคัญสามประการคือ Learn, Unlearn, Relearn ซึ่งไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ของเรามาตลอด

ขอเริ่มต้นประเด็นแรกที่สำคัญมากคือการ Learn ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ ซึ่งมีหัวใจสำคัญนั่นคือการเปิดใจและความใฝ่รู้
Mindset ในเรื่องนี้สำคัญมาก เราต้องมีความเชื่อว่าเราไม่ควรหยุดที่จะเรียนรู้ เราจะทำอย่างไรให้เรากลายเป็นคนที่เก่งกว่าตัวเองเมื่อวานนี้
เราจะเป็น better version ได้อย่างไร การเรียนรู้นี้ไม่ได้หมายความถึงการเรียนหนังสือ เรียนจากตำราเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการลงมือทำสิ่งใหม่ แม้ว่าเราจะทำแล้วผิดพลาด แต่นั่นก็คือบทเรียนที่เราได้เรียนรู้
ขอเพียงเราเดินก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะทุกอย่างที่เราทำคือการเรียนรู้

สำหรับประเด็นที่สองที่สำคัญเช่นกัน และดร.ชัยพัชร์เชื่อว่าเรื่องนี้ยากที่สุดคือการ Unlearn
ซึ่งเป็นการละทิ้งความรู้ชุดเก่า ประสบการณ์เดิมที่มี แม้ว่าความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นจะทำให้เราประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ก็ตาม
เหตุผลง่ายๆคือโลกเปลี่ยน ข้อสอบเปลี่ยน ความรู้ประสบการณ์เดิมไม่ตอบโจทย์การบ้านชุดใหม่แล้ว ผู้นำต้องมีความกล้าหาญ
ที่จะยอมละทิ้งความคิดเดิม Mindset ชุดเดิมไป เช่น ความเชื่อเดิมคือพนักงานที่ดีและเติบโตไปกับองค์กร
คือคนที่มีผลงานยอดเยี่ยมและทำงานตรงเวลาเลิกงานดึก วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ความเชื่อแบบนี้อาจจะไม่เหมาะ
กับสถานการณ์อีกต่อไป เพราะการวัดผลงานในด้านนี้ ไม่เหมาะกับสไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่
ผู้นำก็ต้องยอม Unlearn ความเชื่อเดิมๆและปรับไปสู่ความเชื่อใหม่

และประเด็นที่สามคือการ Relearn หรือการเรียนซ้ำ เหมือนการอ่านหนังสือเล่มเดิมที่เคยอ่านแล้ว
เหมือนการดู clip การอบรมเรื่องเดิมที่เคยเรียนแล้ว หรือการฟัง podcast เรื่องเก่าที่เคยฟังแล้ว
นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำต้องทำให้ได้ เพราะเนื่องจากมุมมองสถานการณ์ของเราเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ทำให้เราจะได้รับประโยชน์จากการ relearn นั้นแน่นอน หนังสือเดิมที่เคยอ่านเมื่อสิบปีก่อน
หากนำมาอ่านใหม่ในวันนี้ พวกเราเชื่อหรีอไม่ว่า เราจะได้มุมมองที่แตกต่างออกไป
ดังนั้น เมื่อองค์กรจัดให้มีการอบรมเรื่องเดิมที่เคยเรียนไปแล้ว เช่น หลักสูตรการบริหารทีม
ผู้นำที่เข้าใจเรื่อง relearn ก็จะไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมอบรม แต่จะเปิดใจเข้าร่วมอบรมเพื่อลับมีดและรับฟัง
ว่าความรู้เหล่านี้เราสามารถนำไปใช้ไปต่อยอดได้มากน้อยแค่ไหนในปัจจุบัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พอจะเห็นภาพความสำคัญของกระบวนการ Learn, Unlearn และ Relearn บ้างมั้ย
เชื่อว่าพวกเราคงมองเห็นประโยชน์และไม่หยุดที่จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันยุคทันสมัย

สุดท้ายนี้ขอให้พวกเราตระหนักไว้ว่า การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว คิดว่าเรารู้แล้ว
เชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาเพียงพอที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต่อไป มั่นใจว่าเราเก๋าแล้ว
เราคือคนเก่ง เราเป็นผู้นำตลาด สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เราปิดใจ ปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ว่าโลกใหม่เป็นอย่างไร
สิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเป็นอย่างไร หากเป็นเช่นนั้นก็ทำนายได้ไม่ยากว่าไม่ช้านานเราก็ต้องเป็นผู้พ่ายแพ้
หากเราอยากเป็นผู้ชนะในโลกใหม่นี้ เราต้องปรับเปลี่ยนโดยการเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้ไปกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เพื่อให้เราก้าวทันความเปลี่ยนแปลงนั้น และเป็นผู้นำในโลกธุรกิจ

หากพวกเราชอบบทความนี้ ท่านสามารถกด Follow และ Like Page เพื่อไม่พลาดข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติม
และหากท่านต้องการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำของท่านให้แกร่งมากขึ้น สามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่ DeOne Academy นะครับ

เว็บไซต์: https://www.deoneacademy.com/th/public-course/749
โทร: 062-284-9491, 098-424-5241, 089-515-8558

PAGE TOP
CONTACT
กรุณาใส่อีเมล์ เพื่อติดตามข่าวสารจากทางเรา